ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala จาม - 25 ธันวาคม 2561 | แก้ไข

คืนสู่เหย้า กับเหล่าดาราจากหนังต้นฉบับ ที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในภาครีเมก หลังหลายสิบปีผ่านไป

แฟนหนังอย่างเราๆท่านๆมักจะมีความสุขทุกครั้ง เมื่อเห็นดาราคนโปรดรีเทิร์นวงการอีกครั้ง ยิ่งกลับมารับบทเดิมที่พวกเขาเคยเล่นนี่ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นงานคืนสู่เหย้าเล็กๆ และแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของหนัง

 

ยกตัวอย่างเช่นเหล่านักแสดงจากซีรีส์สตาร์ วอร์สไตรภาคแรก ที่กลับมาร่วมแสดงในไตรภาคใหม่กันพร้อมหน้า แฟนหนังอย่างเราก็พลอยดีใจเหมือนได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าอีกครั้งด้วย นอกจากหนังภาคต่อแล้ว หนังรีเมคที่ผู้กำกับนำนักแสดงจากหนังต้นฉบับ มาร่วมแสดงในหนังรีเมคก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเรียกแฟนหนังรุ่นก่อน ให้เปิดใจรับฉบับรีเมคมากขึ้น รวมถึงเป็นการคารวะหนังต้นฉบับกลายๆอีกด้วย วันนี้เรามาดูกันว่า มีนักแสดงคนไหนบ้างที่เคยเล่นเวอร์ชั่นดั้งเดิม และได้รับเกียรติให้มาเป็นตัวละครแถม หรือ Cameo ในเวอร์ชั่นรีเมค พร้อมแล้วมาคืนสู่เหย้าพร้อมกันเลยดีกว่า!!

 

ริคกี้ เลค จากเรื่อง Hairspray 1988 - 2007

ริคกี้เคยรับบทเป็นเทรซี ตัวเอกของเรื่อง Hairspray ฉบับปี 1988 โดยเธอมาปรากฏตัวในฉบับรีเมกปี 2007 ช่วงท้ายของเรื่อง และแม้เธอจะเปลี่ยนไปเยอะมากตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลย คือทรงผมของเธอในเรื่อง

(Photo credit: Hairspray / New Line Cinema)

 

เจอร์รี่ สติลเลอร์ จากเรื่อง Hairspray 1988 - 2007

เจอร์รี่รับบทเป็นพ่อของเทรซีในฉบับปี 1988 และกลับมาปรากฏตัวในฉบับรีเมกปี 2007 อีกครั้งในบท มร.พิงค์กี้ เจ้าของร้านเสื้อผ้าผู้หญิงที่ต้องการให้เทรซี มาเป็นโฆษกประจำร้าน และแม้จะผ่านไป 19 ปีแล้ว เจอร์รี่ก็ดูไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

(Photo credit: Hairspray / New Line Cinema)

 

บิล เมอร์เรย์ จากเรื่อง Ghostbusters 1984 - 2016

บิลรับบทเป็นดร. ปีเตอร์ เวงก์แมน ในบริษัทกำจัดผีฉบับดั้งเดิมเมื่อปี 1984 ในขณะที่ฉบับนั้น เขาต้องนำทีมต่อสู้กับฝูงผีร้าย แต่ในฉบับตีความใหม่เป็นผู้หญิงล้วนของปี 2016 บิลรับบทเป็นชายแก่ขี้ระแวง พยายามจะให้ร้ายบริษัทกำจัดผีฉบับใหม่นี้

(Photo credit:  Ghost Busters / Columbia Pictures Industries)

 

แดน แอคครอยด์ จากเรื่อง Ghostbusters 1984 - 2016

ไม่ใช่แค่บิลที่กลับมาในฉบับรีเมกเท่านั้น แดนที่ในฉบับดั้งเดิมคือ ดร.เรย์มอนด์ สแตนซ์ ก็กลับมาในฉบับรีเมก ด้วยบทคนขับแท็กซี่ แม้จะออกมาแค่แวบเดียว แต่ฉากที่เขาออกมาก็เรียกเสียงฮาได้ไม่น้อยเหมือนกัน

(Photo credit:  Ghost Busters / Columbia Pictures Industries)

 

แอนนี่ พอตส์ จากเรื่อง Ghostbusters 1984 - 2016

ยังไม่จบกับบริษัทกำจัดผี หนึ่งในนักแสดงต้นฉบับที่กลับมาในฉบับรีเมกก็คือเธอคนนี้ ผู้เคยรับบทเป็นเลขาฯตอนฉบับปี 1984 มาในฉบับรีเมกปี 2016 จากเลขาฯ แอนนี่ขยับมารับบทเป็นพนักงานประชาสัมพันธ์โรงแรม ที่ยังคงเอกลักษณ์จากภาคต้นฉบับไว้ไม่ผิดเพี้ยน

(Photo credit:  Ghost Busters / Columbia Pictures Industries)

 

เออร์นี่ ฮัดสัน (วินสตันในภาคต้นฉบับ) รับบทเป็นลุงแพตตี้ ในฉบับรีเมกปี 2016

(Photo credit:  Ghost Busters / Columbia Pictures Industries)

 

ยีน แบร์รี่ และแอน โรบินสัน จากเรื่อง War of the Worlds 1953 - 2005

ทุกคนอาจไม่รู้ว่า War of the Worlds ของสตีเว่น สปีลเบิร์กนั้น เป็นผลงานการรีเมกหนังชื่อเดียวกันนี้เมื่อปี 1953 โดยทั้งสองมารับเล่นเป็นปู่ย่าของเด็กๆในฉบับรีเมก ส่วนฉบับดั้งเดิมปี 1953 ทั้งสองเป็นตัวเอกหลักของเรื่อง

(Photo credit: The War of the Worlds / Paramount Pictures )

 

ชาร์ลตัน เฮสตัน จากเรื่อง Planet of the Apes 1968 - 2001

ชาร์ลตันรับบทเป็นจอร์จ เทย์เลอร์ ในภาคต้นฉบับเมื่อปี 1968 พอมาฉบับรีเมกปี 2001 เขาก็ได้กลับมาเล่นอีกครั้ง โดยครั้งนี้จากที่เคยเป็นมนุษย์ เขาได้รับบทเป็นวานรอาวุโสแทน สลับกันซะงั้น!

(Photo credit: Planet of the Apes / Twentieth Century Fox)

 

เลียวนาร์ด นิมอย จากเรื่อง Star Trek 1979 - 2009

ดาราอาวุโสผู้ล่วงลับ เจ้าของบทสป็อคหนุ่มในสตาร์เทรค ฉบับดั้งเดิมปี 1979 จนภาครีเมกเมื่อปี 2009 เขาก็ได้กลับมารับบทเดิมอีกครั้ง แถมเป็นสป็อคคนเดิมด้วย! แต่ด้วยฉบับรีเมกได้แซคคารี ควินโตมารับบทสป็อคแล้ว ปู่เลียวนาร์ดจึงได้บทเป็นสป็อคจากอนาคตแทน สุดยอดเลย!

(Photo credit: Star Trek / Paramount Pictures)

 

แพตตี้ แม็คคอร์แมก จากเรื่อง The Bad Seed 1956 - 2018

ภาคต้นฉบับนั้น แพตตี้รับบทเป็นเด็กนรก โรห์ด้า แต่พอมาฉบับรีเมกปี 2018 แพตตี้ได้มารับบทเป็นนักจิตวิทยา ผู้รับผิดชอบรักษาอาการทางจิตให้หนูน้อยเอ็มม่า ที่มาภาคนี้เธอเป็นฆาตกรแทน แถมมีอยู่ฉากหนึ่ง ที่แพตตี้ในบทนักจิตวิทยา พูดถึงเรื่องราวในอดีตให้เอ็มม่าฟังว่า "เมื่อก่อนฉันก็เคยทำแบบเดียวกับเธอนี่แหละ" เป็นการอ้างอิงถึงภาคต้นฉบับที่เจ๋งไม่เบา!!

(Photo credit: The Bad Seed / Warner Bros)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Brightside

แสดงความคิดเห็น