ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala จาม - 27 ธันวาคม 2561 | แก้ไข

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวช้ำใจ คนรอบข้างรังเกียจ-สามีทิ้ง ตัดสินใจศัลยกรรมเปลี่ยนร่างจนได้ชีวิตใหม่

เมื่อเร็วๆนี้ มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งโพสต์เรื่องราวของตัวเองลงเฟสบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าว่าการทำศัลยกรรมนั้นช่วยพลิกชีวิตเธอได้อย่างไร จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล

Huyen คุณแม่ยังสาววัย 28 ปี จากโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ออกมาเผยให้โลกโซเชียลรับรู้ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอมักเป็นสนามอารมณ์ให้คนอื่นอยู่เสมอ ผู้คนชอบมาแซวถึงใบหน้าอันตลกขบขัน เพียงเพราะเธอมีตาชั้นเดียว ผิวสีแทน เท่านี้เธอก็พ่ายแพ้ให้กับสงครามเอาชีวิตรอดในสังคมแล้ว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ แฟนและว่าที่สามีของเธอถึงกับยกเลิกงานแต่งที่จะจัดในเร็ววันทิ้งโดยไม่เสียดายเงิน เนื่องจากถูกคนในครอบครัวตัวเองกดดันให้เลิกกับ Huyen เพราะเธอน่าเกลียด ทั้งที่เธออุ้มท้องลูกน้อยของเขาอยู่!

(Photo credit: Popnews)

 

หลังคลอดเสร็จ และอะไรหลายอย่างเริ่มเข้าที่ Huyen ก็เริ่มวางแผนหาวิธีลบคำสบประมาทที่คนรอบข้างตีตราเธอให้หมดไปจากใจ และคำตอบก็คือการทำศัลยกรรม! ยกเครื่องตัวเองใหม่หมด เธอจึงหางานทำ เอาลูกไปฝากแม่เอาไว้และเริ่มเก็บหอมรอมริบเพื่อไปเป็นทุนศัลยกรรม ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Huyen หมดเงินไปกับการทำศัลยกรรมประมาณ 100 ล้านด่อง (ราว 140,000 บาท) และต้องหาเลี้ยงให้กับคนทางบ้าน Huyen จำต้องลุกจากเตียงพักฟื้นออกมาลุยงานหาเงิน แม้ตัวจะเจ็บปวดแทบขาดใจก็ตาม เธอยอมรับว่าศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นอะไรที่เจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตเธอแล้ว

(Photo credit: Popnews)

(Photo credit: Popnews)

"ทีแรกแม่ของฉันค้านหัวชนฝากับเรื่องนี้ แต่พอฉันเริ่มหายดีแล้ว และได้เห็นลุคส์ใหม่ของฉัน แม่ก็เริ่มโอเคและสนับสนุนทางเลือกของฉัน"  Huyen กล่าว และแล้วผลลัพธ์ของการเสี่ยงชีวิตตัวเองขึ้นเขียงให้หมอผ่าก็เริ่มแสดงให้เห็น ทุกคนที่เห็นร่างใหม่ของเธอเป็นต้องช็อกกันถ้วนหน้า แม้กระทั่งแฟนเก่าของเธอยังตะลึงตาค้างหลังทั้งสองมาเจอกันอีกครั้ง Huyen เผยว่าลุคส์ใหม่ของเธอมันเปลี่ยนชีวิตตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เธอมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และยังช่วยในเรื่องหน้าที่การงานได้ดีมากเช่นกัน แม้โดยรวมจะเป็นที่น่าพอใจมาก แต่ Huyen แอบเปรยว่าจะมีแพลนไปทำจมูกเพิ่มอีก เพื่อความสวยสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

(Photo credit: Popnews)

(Photo credit: Popnews)

(Photo credit: Popnews)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: World of BuzzOriental Daily

แสดงความคิดเห็น

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ