ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala จาม - 2 มกราคม 2562 | แก้ไข

7 ความเชื่อเรื่องเอดส์ ที่อยากให้ทุกคนลบมันไปจากหัวให้หมดสิ้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง

เชื่อไหมว่าจนถึงทุกวันนี้ ยังมีหลายคนเข้าใจผิดกับเรื่องเอดส์และเอชไอวีกันอยู่มากมาย ทั้งที่โรคนี้มันมีมาช้านานแล้ว และการแพทย์ก็ก้าวหน้าไปมากจนสามารถยับยั้งโรคนี้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่กระนั้นความเชื่อผิดๆในเรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

ทำให้ทุกวันที่ 1 ธันวาคมที่เป็นวันเอดส์โลก วงการแพทย์และมูลนิธิต่างๆออกมาแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโรคเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวีอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและทำลายความเชื่อผิดๆให้หมดสิ้น และถ้าใครยังเชื่อกันอยู่ เราได้รวบรวมความเชื่อยอดนิยมนี้ นำมาแก้ไขใหม่ด้วยข้อเท็จจริงมาให้ชมกัน แล้วคุณจะมองเอดส์และเอชไอวีได้เข้าใจมากขึ้น

 

ความเชื่อที่ 1: ยุง สัตว์ แมลงกัดต่อยเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของเอชไอวี

หลายคนมักกลัวกันว่ายุง หรือแมลงที่ดูดเลือดมักเป็นพาหะนำเชื้อเอชไอวี เพราะเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับเลือดเลยพาลคิดไปว่ามันต้องเป็นพาหะแน่ๆ แต่ผลการวิจัยหลายสำนักก็ออกมาชี้ให้เห็นว่าไม่เป็นความจริง เอชไอวีไม่ติดต่อผ่านทางยุงและแมลง เพราะเวลายุงจะดูดเลือดคน มันไม่ได้เจาะแล้วเอาเลือดที่มันดูดมาก่อนหน้าผสมรวมไปด้วย กลับกันมันจะคายน้ำลายออกมา ผสมกับเลือดของเราเพื่อให้มันดูดง่ายขึ้นเท่านั้น และน้ำลายนี่แหละเป็นสาเหตุทำให้เราคันคะเยอเวลาโดนกัด

 

ความเชื่อที่ 2: ออรัลเซ็กซ์ไม่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวี

ก็ถูกแหละ เพราะการทำออรัลเซ็กซ์มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีน้อยกว่าเซ็กซ์ในรูปแบบอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะไปทำออรัลเซ็กซ์กับผู้ป่วยเอชไอวีได้อย่างสบายใจนะ เพราะคุณยังมีโอกาสติดเชื้อจากเขาอยู่ แม้โอกาสจะน้อยแต่เราไม่รู้ว่าจะเจอแจ็กพ็อตเมื่อไหร่ ถ้าอยากจริงๆก็สวมถุงยางป้องกันตอนมีออรัลเซ็กซ์ก็แล้วกัน (แล้วมันจะทำยังไงวะ?)

 

ความเชื่อที่ 3: ฉันติดเชื้อเอชไอวี ชีวิตฉันจบลงตรงนี้!

เป็นความเชื่อเมื่อครั้งอดีตที่ตอนนี้ก็ยังมีคนเชื่อกันอยู่ แต่ปัจจุบันวงการแพทย์มันไปไกลมากแล้ว แถมยังมียาระงับอาการที่ช่วยให้ผู้ป่วยเอชไอวี สามารถใช้ชีวิตเช่นปกติคนอีกด้วย ฉะนั้นแล้ว แม้มันจะยากแต่ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าคุณติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ขออย่าได้คิดในแง่ลบว่า ชีวิตคนถึงคราวจบสิ้นแล้ว มันไม่ใช่!

 

ความเชื่อที่ 4: ผมมีพลังพิเศษ สามารถหยั่งรู้ได้ว่าคู่นอนผม มีเชื้อเอชไอวีหรือไม่อย่างไร

ใครมาบอกคุณแบบนี้ ขอให้ระลึกไว้เลยว่าเขาขี้โม้!! เพราะไม่ใช่ผู้ป่วยเอชไอวีทุกคน จะแสดงอาการออกมาทันทีแบบตาเห็น บางคนมีระยะฟักตัวของเชื้อแตกต่างกัน บางคนเป็นปีก็มี จะรู้ได้จริงๆก็คือไปให้หมอตรวจนั่นแหละ มองด้วยตาตัวเองจะยากไป ถ้าไม่ชัวร์จริงๆก็ถุงยางไปจบๆ

 

ความเชื่อที่ 5: รักเดียวใจเดียว รักเพศเดียวกัน แถมไม่ได้ให้ยาทางหลอดเลือดดำ ไม่ติดเอชไอวีแน่นอน!

การร่วมเพศกับคู่นอนของคุณที่เป็นเพศเดียวกัน หรือพวกรักร่วมเพศ พวกเขามักมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่ากลุ่มรักต่างเพศ ไม่ว่าจะชายชาย หญิงหญิงก็มีโอกาสติดได้หมด ฉะนั้นแล้วป้องกันก่อนสนุกจะดีที่สุด

 

ความเชื่อที่ 6: เข้ารับการรักษาแล้ว เชื้อเอชไอวีจะไม่แพร่กระจายไปอีก

ถ้าการรักษาเชื้อเอชไอวีไปได้สวย จำนวนไวรัสในเลือดของคุณจะลดลงจนตรวจเลือดออกมาแล้วก็ไม่เห็นผล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเชื้อมันจะหายไปหมด 100% นะ มันแค่ลดไม่ใช่กำจัด และมันสามารถแพร่ขยายต่อได้หากคุณแพ้ยา หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

 

ความเชื่อที่ 7: กินยากันไว้แล้ว เชื้อเอชไอวีจะไม่ถามหาแน่นอน

ยาบางตัวช่วยสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเอชไอวีได้จริง และช่วยต่อชีวิตให้พวกเขาอยู่ได้นานอีกระยะหนึ่งด้วย แต่ปัญหาเดียวของมันคือ ราคาที่แพงแสนแพง และยังมีผลข้างเคียงที่โหดเอาการอยู่ด้วย แม้วิทยาการจะก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถรักษาเอชไอวีให้หายขาดได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Wittyfeed

แสดงความคิดเห็น