ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala TS - 12 มีนาคม 2562 | แก้ไข

คุณยายป่วยโรคประหลาด ใบหน้าติดเชื้อจนไม่เหลือเค้าเดิม เหตุเพราะบีบสิว

ทำเอาผู้คนที่ผ่านไปมาเวทนาใจกันถ้วนหน้า หลังพบเห็นหญิงชราวัย 68 ปีเดินไปตามท้องถนน พร้อมกับใบหน้าที่อยู่ในสภาพ ผิดรูปจนมองไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นตา จมูกหรือหน้าผาก เพียงเพราะเธอบีบสิวเม็ดเดียวบนหน้า!!

 

ลิบราด้า แพทัม คุณยายชาวฟิลิปปินส์วัย 68 ปี ใช้ชีวิตไปกับการเดินไปตามถนนในจังหวัดคาบีเต ด้วยใบหน้าอันผิดรูปจนไม่เห็นเค้าเดิม สร้างความหดหู่เวทนาใจแก่ผู้ที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก จากคำบอกเล่าของหนึ่งในพลเมืองดีที่เข้าไปสอบถามคุณยายก็ได้ความว่า ตัวคุณยายก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ที่พอจะทราบคือคุณยายเคยบีบสิวบนหน้าเมื่อปี 2013 ก่อนใบหน้าจะกลายสภาพเป็นเช่นนี้

(Photo credit: Viralpress)

 

ไม่มีใครทราบได้แน่ชัดว่าคุณยายเป็นอะไร แต่ก็มีหลายฝ่ายมองว่าคุณยายลิบราด้า น่าจะป่วยเป็นโรคนิวโรไฟโบรมาโตซิส หรือท้าวแสนปม เป็นกลุ่มของโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดเนื้องอกได้ง่าย โดยเฉพาะในสมอง โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบออโตโซมลักษณะเด่น เมื่อถามว่าทำไมถึงปล่อยให้เป็นหนักขนาดนี้? คุณยายลิบราด้าตอบมาว่าเพราะตนเองไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ ค่ารักษาพยาบาลที่สูงเอาเรื่อง เลยหันไปพึ่งคนทรงเจ้าที่บอกว่า เป็นเพราะคุณยายถูกแม่มดสาป เลยมีสภาพเป็นเช่นนี้

(Photo credit: Viralpress)

 

ที่แย่ไปกว่าอาการป่วยของเธอ คือผู้คนในหมู่บ้านของคุณยาย ที่พากันรังเกียจแทบทุกคน กล่าวหาว่าคุณยายเป็น "ซอมบี้" ไม่มีใครกล้าสุงสิงด้วยเพราะกลัวว่าจะติดคำสาปมา ส่วนเรื่องการรักษา นอกจากไปหาหมอผีคนทรงแล้ว คุณยายลิบราด้าเล่าว่าเธอก็มีไปหายามากินมาทาอยู่บ้าง แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย

(Photo credit: Viralpress)

 

ส่วนหมอก็เคยไปหามาทีนึงแล้วก็ไม่ได้ไปตามนัดต่อ เพราะไม่มีเงิน คุณยายพูดอย่างสิ้นหวังว่าอาการของเธอแย่ลงเรื่อยๆ และเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เคลลี ลี หญิงสาวพลเมืองดีที่ไปพูดคุยกับคุณยายก็ให้สงสารเป็นอย่างมาก จึงโพสต์คลิปที่เธอพูดคุยกับคุณยายลิบราด้าเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือให้คุณยายได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะด้วยอาการป่วยทำให้ความเป็นอยู่ของคุณยายย่ำแย่หนัก ต้องนอนกับพื้นบ้านราวสุนัข เพราะของเหลวที่ไหลออกจากแผลจะทำให้เตียงเลอะ ก็ขอให้คุณยายหายไวๆนะครับ...

(Photo credit: Viralpress)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: The Sun

แสดงความคิดเห็น