ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala TS - 11 เมษายน 2562 | แก้ไข

อุทาหรณ์สายเมา หมอออกโรงเตือน คนไข้ดื่มหนักจนท้องโต ต้องเจาะเอาน้ำออก สุดทรมาน

รู้กันอยู่เต็มอกว่าสุรา ให้โทษมากกว่าให้คุณ แต่ทั้งนี้มันก็ยากที่จะห้ามไม่ให้ซื้อขายกันอยู่ดี ฉะนั้นควรกินอย่างมีสติ รู้จักพอประมาณและไม่กินติดต่อกันมากเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณอาจกลายเป็นแบบนี้โดยไม่รู้ตัว

 

ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ นพ.สุริยพงณช์ สุริยะพงฑากุล ได้เผยแพร่ภาพและข้อความที่ตอนนี้ กำลังถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ บอกเล่าถึงพิษสุราและอันตรายจากน้ำเมาที่หลายคนหลงรัก ว่าทุกครั้งที่ดื่มเข้าไป ตับก็จะถูกทำลายไปเรื่อยๆ ดื่มมากก็ทำลายมากจนตับตาย พอตับตายก็จะแข็งตัว ระบบที่เกี่ยวเนื่องในร่างกายก็เริ่มได้รับผลกระทบไปเรื่อยๆ จนก่อให้เกิดภาวะท้องมวลน้ำอย่างคนไข้รายนี้

 

โดยในโพสต์ระบุข้อความไว้ว่า "พิษและอันตรายจากสุราครับ แอลกอฮอล์ ดื่มทุกครั้งจะถูกทำลายที่ตับ/ยิ่งดื่มบ่อย จะทำให้ตับยิ่งทำงานมาก สุดท้ายตับทนไม่ไหวก็ตายไป ทำให้ตับหดตัวแข็ง พอตับแข็ง ก็จะทำให้เส้นเลือดจากลำไส้ด้านล่างทั้งหมดไหลผ่านเส้นเลือดดำใหญ่ (Portal Vein) เข้าตับที่แข็งไม่ได้ ผลคือ เกิดน้ำรั่วออกจากเส้นเลือดจากลำไส้ทั้งหมดออกมาอยู่ในช่องท้องเรียก Ascitis ทำให้แน่นท้อง/ท้องมานน้ำจะดันกำบังลมทำให้หายใจลำบาก หนักท้องทำให้เดินลำบาก"

 

"ผลเสียต่อสุขภาพเห็นชัดคือ ตับเสียสภาพ เซลตับตาย/ดับแข็ง/ท้องมานน้ำ บางรายกลายเป็นก้อนมะเร็งในตับตามมาครับ ผลเสียทางครอบครัว/เศรษฐกิจ ทำงานไม่ได้ ต้องป่วย มีคนดูแล ภรรยาบางท่านก็อดทนอยู่กันไปเพื่อลูก แต่ผู้ป่วยรายนี้ ทิ้งไปมีสามีใหม่แถมเป็นต่างชาติ ทิ้งลูกชายไว้ แต่น้องก็ช่วยเฝ้าคุณพ่อที่โรงพยาบาลครับ"

 

"สองวันนี้ ได้ช่วยดูดเอาน้ำที่ท้นในช่องท้องออกวันละ 1000 cc รวมวันนี้ 2000 cc/ผู้ป่วยว่าดี หายใจโล่งขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน/แต่การดูดน้ำออกมากขนาดนี้ต้องเฝ้าระวังเกิด after preload CHFต้องงดออกกิจกรรม/ขับถ่ายบนเตียง/พยาบาลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในตอนนี้ครับ"

 

"สรุป หากรักสุขภาพ&รักครอบครัว ควรงดหรือดื่มสุราแต่น้อย ที่สำคัญคือดื่มแบบซึ่มๆๆๆตลอดและทุกวัน ท่านจะตับแข็งแน่/ผู้ป่วยคนนี้บอก หากย้อนเวลาได้จะไม่ดื่มสุราเลยอีกครับ แต่ไม่สามารถย้อนอดีตได้ครับ/เพราะตับ_เซลตับเมื่อตายแล้วจะตายเลย/เซลตับดีอาจช่วยทำงานแทน หากท่านหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยให้มีตับที่เชลดีของตับช่วยทำงานแทนกันได้ครับ"

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: นพ.สุริยพงณช์ สุริยะพงฑากุล

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น