ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Shambhala TS - 15 พฤษภาคม 2562 | แก้ไข

เศรษฐีดัดนิสัยแม่บ้าน จับมัดกับต้นไม้กลางแจ้ง เพียงแค่เอาของใช้มาตากแดด

ถึจะเป็นคนที่จ้างมาให้ทำงาน แต่เขาก็เป็นคนเช่นกันและไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้ เมื่อแม่บ้านรายหนึ่ง ถูกนายจ้างของเธอจับมัดต้นไม้กลางแจ้ง ลงโทษเพราะทิ้งเฟอร์นิเจอร์ไว้นอกบ้านเท่านั้น!

(นายจ้างลงโทษเกินกว่าเหตุ จับแม่บ้านมัดติดต้นไม้)

 

เลิฟลี อะคอสต้า บารูโล หญิงสาวชาวฟิลิปปินส์วัย 26 ปี ทำงานเป็แม่บ้านให้กับครอบครัวเศรษฐีชาวซาอุดีอาระเบียมานานหลายเดือนแล้ว จนกระทั่งเธอนำเฟอร์นิเจอร์สุดแพงของเจ้านายเธอมาตากแดดข้างนอกซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้สีมันซีดอย่างมาก ผลที่ได้คือนายจ้างเธอโมโหมาก จับเลิฟลีมัดกับต้นไม้กลางแจ้งเป็นการลงโทษ

(เลิฟลี อะคอสต้า แม่บ้านวัย 26 ปี ถูกนายจ้างลงโทษเช่นนี้ เพราะนำเฟอร์นิเจอร์มาตากแดดข้างนอก)

 

สร้างความไม่พอใจแก่เพื่อนร่วมงานของเธอเป็นอย่างมาก จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้และนำไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนทางกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ทราบเรื่อง และได้ดำเนินการประสานงานจนเลิฟลีได้กลับบ้านแล้ว ทางโฆษกประจำกระทรวงได้ออมาแถลงว่า "กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่าเลิฟลี อะคอสต้า บารูโล แรงงานโพ้นทะเลชาวฟิลิปปินส์เดินทางมายังมะนิลาแล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมาแล้ว ทางสถานทูตฟิลิปปินส์ในรียาด ถูกอ้างถึงในวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา นางบารูโลเล่าว่าถูกนายจ้างลงโทษด้วยการมัดกับต้นไม้"

(ด้วยกลัวว่าสีจะซีด นายจ้างของเธอ ซึ่งเป็นครอบครัวเศรษฐีชาวซาอุดีอาระเบีย จึงลงโทษเช่นนี้ ทำให้เพื่อนแม่บ้านของเธอรู้สึกสงสาร เลยถ่ายรูปแล้วแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือ)

 

จากเหตุการณ์ของเลิฟลี ทำให้เพื่อนแม่บ้านคนอื่นที่รับใช้ครอบครัวเศรษฐีเริ่มออกมาเผยข้อมูลเพิ่มเติม บ่งบอกว่านายจ้างของพวกเธอมักอารมณ์ร้าย ทำกับแม่บ้านรายอื่นเหมือนเป็นคนอีกชนชั้นอย่างชัดเจน ชอบทำร้ายร่างกายเหล่าแม่บ้านเวลาพวกเธอทำอะไรผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ด้านเลิฟลีที่กลับถึงมะนิลาอย่างปลอดภัยก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ขอบคุณทุกคนมากที่มีส่วนช่วยเหลือฉัน และอยากให้ทุกท่านให้ความช่วยเหลือเพื่อนคนงานที่ช่วยฉันด้วย เกรงว่านายจ้างจะทำมิดีมิร้ายพวกเขา ส่วนนายจ้างใจร้ายนั้น เดี๋ยวกรรมก็จะตามทันเขาเอง"

(สำนักข่าวต่างประเทศลงเรื่องนี้จนกลายเป็นที่โด่งดังไปทั่ว)

(ต่างพากันตั้งคำถามว่า ที่นายจ้างทำลงไปนี้ เกินกว่าเหตุหรือสมควรแล้ว?)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น