ข่าววันนี้ » ทั่วไป
Holden Caulfield - 16 พฤษภาคม 2562 | แก้ไข

หนุ่ม เผย อุทาหรณ์เตือนใจ หลัง พิษสเตียรอยด์ ทำชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอุทาหรณ์เตือนใจ ที่คนรักสวยรักงาม ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ควรศึกษา เมื่อคุณ สมาชิกหมายเลข 986232 สมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com ออกมาตั้งกระทู้ที่ชื่อว่า "[CR] อุทธาหรณ์!! หน้าเละเป็นผี พิษสเตียรอยด์ ทำเกือบตาย ทรมานอาการหนัก! ประสบการณ์หลังความตาย" บอกเล่าประสบการณ์ที่เจอมากับตัว ดังนี้

โปรดใช้วิจารณญาณ 

"บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาโจมตีข้อมูลยา หรือครีมยี่ห้อใดๆ แต่เกิดจากประสบการณ์ล้วนๆ และบทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับยาสเตียรอยด์ ซึ่งขอบอกก่อนว่า สเตียรอยด์(Steroids) เรียกว่าเป็นยาที่ดีรักษาได้ครอบคลุม แต่ก็มีโทษมหันต์ สเตียรอยด์ทำหน้าที่กดภูมิคุ้มกันอาการแพ้ต่างๆ ให้กลับมาเป็นปกติ โดยต้องใช้ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น แต่ประสบการณ์ที่ผมจะนำมาเล่าคือการใช้สเตียรอยด์แบบผิดวิธีและประมาท จึงทำให้เกิดโทษ อีกทั้งยังเป็นแนวการรักษาของผมเอง การตัดสินใจทดลองการรักษาด้วยตัวเองด้วยวิธีต่างๆ อาจจะไม่ใช่ได้ผลดีกับทุกคน แต่ผมอยากนำมาเป็นอุทธาหรณ์สำหรับคนที่กำลังมีปัญหาผิวติดสเตียรอยด์อยู่ หรือผู้ที่ยังไม่เคยเจอกับตัวเอง ได้รู้วิธีการใช้แบบถูกต้องโดยไม่เกิดอันตรายและผลข้างเคียง

ประสบการณ์ที่แสนทรมานที่สุดในชีวิต

โปรดใช้วิจารณญาณ 

สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่แสนทรมานที่สุดในชีวิต ไว้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับใครทุกคน

ผมเชื่อว่าผมเป็นคนนึงที่อาการหนักที่สุดในการใช้สเตียรอยด์ (Topical Steroids) เรื่องราวกว่าผมจะต่อสู้และผ่านมาจนถึงวันนี้ได้ราวๆ เกือบ 3 ปีครับ  

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกำลังใจจากคนใกล้ตัวผม ผมว่าสำคัญมากๆเลยครับ ถ้าไม่มีเค้าป่านนี้ผมอาจจะคิดสั้นทำอะไรไม่ดีไปแล้ว นอกจากนั้นคนที่บ้าน(ไม่ใช่ญาติ) เข้าใจสถานการณ์ที่ผมเป็น ผมคงไม่อยากให้ใครมาเอ่ยถามผมว่าเป็นอะไร หรือไปทำอะไรมาทำไมหน้าตาแบบนั้น หรือตกใจในสภาพของผมที่น่าเกลียดน่ากลัว เค้าเข้าใจ เค้าให้กำลังผมให้สู้  บอกผมเดี๋ยวก็หาย มันทำให้ผมรู้สึกดีนะครับ แต่โลกภายนอกผมแทบไม่อยากออกไปเจอใครเลย และผมก็สบายใจที่ไม่ได้ออกไปพบใครมากกว่า ผมรู้ต้องมีคำถามมากมายกับคนพวกนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากตอบ ณ เวลานั้นครับ

แม้ว่าวันนี้ผมอาจจะฟื้นฟูร่างกายผิวหน้าของผมกลับคืนมาได้ แต่ก็อาจไม่ได้เต็ม 100% ด้วยอายุและร่องรอยโดนทำร้ายที่ฝากผมไว้ ผมยอมรับหน้าตาดูมีอายุขึ้น แก่ขึ้น แต่ก็ตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วยหละครับ แต่มันก็ทำให้ผมปลงได้บ้าง ว่าอย่าไปยึดติด ยังไงมนุษย์ ก็ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย

ขอขอบคุณกำลังใจจากคนใกล้ตัวผม

การที่ผมจะเล่าย้อนกลับไป ผมบอกตรงๆ เวลานึกถึงเวลานั้น ดูรูปเก่าๆ มันทำให้ผมกลัว หวนคิดถึงความเจ็บปวดทรมาน

ช่วงเวลาที่ผมต้องอดหลับอดนอนตื่นมาเช็ดน้ำเหลืองกลางดึก ร้องไห้หน้ากระจก มันเป็นแรมปีครับ ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก

ถึงวันนี้ผมว่ามันได้เวลาที่ผมควรจะเอาเรื่องราวของผมมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รู้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมหายไปไหนตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา - วันนี้ผมมีคำตอบให้คุณแล้วครับ และขอให้บทความนี้เป็นคำตอบสุดท้าย

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว พ.ศ. 2559

หลังจากที่ผมรู้ตัวว่าหน้าผมโดนสเตียรอยจากครีมมาร์กหน้าของโรงงานผลิตครีม ที่ผมต้องการจะผลิตขาย ช่วงนั้นกระแสครีมออนไลน์ดังครับขายดีเทน้ำเทหน้าผมก็อยากทำขายบ้าง ก็มองหาโรงงานที่คิดว่าตอบโจทย์เราได้ ก็ติดต่อไปสั่งซื้อเทสเตอร์มาทดลอง สามารถใช้มาร์กหน้าได้ประมาณ 2-3 ครั้งครับ หลังจากใช้ครั้งแรกหน้าก็ใสจนคนทักไปทำอะไรมา ผมมาร์กสามวันติดต่อกันเลยครับ แล้วพอหมด อาการมันก็ออกมาครับ สิวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และรักษายังไงก็ไม่ยุบไม่หาย คือปกติไม่เป็นแบบนี้ ผมแอบสงสัยว่ามาร์กหน้าตัวนี้จะผสมสารอันตรายมาหรือเปล่า 

 พอหมด อาการมันก็ออกมาครับ 

ผมปรึกษาพี่ เค้าแนะนำให้ใช้ สกินอเรน มันช่วยลดรอยสิว

ซึ่งเวลานั้นก็ซื้อมาก่อนเผื่อช่วยได้ หลังจากทาไปครั้งเดียว หน้าไหม้เลยครับ ตรงบริเวณที่ทาเป็นรอยแดงๆ

ผมคิดว่าต้องโดนสเตียรอยด์เข้าแล้ว จึงไปรักษาคลินิคแถวบ้าน ผมบอกหมอต้องการรักษาแบบไม่ใช้สเตียรอยด์ แต่หมอก็จ่ายยาแบบโลชั่นสเตียรอยด์มาให้ หมอสั่งให้ทา 7 วัน  แต่ผมเห็นว่าหน้าดีขึ้นก็เลยใช้เกินไปเกือบ 2 อาทิตย์ เริ่มกลัวครับ ผมจึงหยุดใช้กระทันหัน

หลังจากหยุด หน้าผมก็เริ่มมีอาการเห่อขึ้นมา ก็หาว่านหางจระเข้มาโปะหน้า ผมสั่งซื้อแบบพันธุ์ก้านใหญ่เลยครับ เค้าบอกตัวสารอะไรจะเยอะกว่า ไม่รอช้า สั่งมา 200 บาท เยอะมากครับ ทั้งกินทั้งทาเลย ใช้ไปเพียง 3-4 วัน ผลลัพท์คือมันทำให้หน้าหายคันได้สักพัก และน้ำเหลืองหยุดไหล แต่หลังจากนั้นหน้าผมแห้ง คัน หนักกว่าเดิม คราวนี้ผิวแดงมากๆครับ เป็นปีกผีเสื้อเลย

ผมคิดว่าต้องโดนสเตียรอยด์เข้าแล้ว

ผมปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ เพราะเดือนหน้าผมมีงานที่ต้องเจอผู้คน ผมเลยใช้ยาสเตียรอยด์ที่เหลือคราวก่อนทา

..เพียงไม่กี่วันหน้าเริ่มกลับสู่สภาพเกือบปกติ ผมใช้สเตียรอยด์ต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพื่อให้หน้ายังคงเป็นปกติ 

และผิวหน้าผมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สภาพผิวระหว่างใช้สเตียรอยด์สัปดาห์ที่ 2 ด้วยปริมาณที่มากขึ้น 

จนผมผ่านงานที่ต้องเจอผู้คนมาได้ครับ รวมเวลาแล้วที่ใช้สเตียรอยด์ เกือบ 3 อาทิตย์

โอ้โหว.. ผมทำใจไว้แล้วถ้าหยุดมันต้องตีกลับมาแบบเละมากๆ แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ครับ 

หยุดทาสเตียรอยด์แบบหักดิบเลยครับ เพียง 2 วัน อาการคัน หน้าเริ่มกลับมามีผื่น มีน้ำเหลือง ผมนอนไม่หลับเลยครับ ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อซับน้ำเหลือง เครียดด้วย แล้วหงุดหงิดเพราะนอนไม่พอ นึกถึงว่านหางจระเข้ขึ้นมาอีกครับ เอามาโปะหน้าเพื่อซับน้ำเหลือง แต่คราวนี้มันยิ่งเห่อกระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ผมรับตัวเองไม่ได้เลยครับ ช่วงนั้นแบบว่าตื่นมาร้องไห้กลางดึก เช็ดน้ำเหลืองไปด้วย มันเจ็บ มันคัน ทรมานไปหมดครับ  

 ตื่นมาร้องไห้กลางดึก เช็ดน้ำเหลืองไปด้วย มันเจ็บ มันคัน ทรมานไปหมดครับ 

จนวันนึงน้า ญาติๆ แถวบ้าน เดินมาหา เค้าเห็นหน้าผม สงสารผมมาก แกเลยแนะนำให้เอาต้นไมยราบมาต้มแล้วเอาน้ำมาทา 

ผมอ่าน สรรพคุณไมยราบ ดูผมก็อยากลองครับ เพราะมันช่วยเรื่องผิวหนังที่มีอาการแบบนี้น่าจะได้

ใช้ได้แค่ 2 วัน และนี่คือแหละครับ มันยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น ไมยราบไปกระตุ้นหน้าที่ผมแพ้ให้เห่อออกมา

จุดเปลี่ยนที่ทำให้หน้าผมกลายเป็นคนหน้าผี 

 ไมยราบไปกระตุ้นหน้าที่ผมแพ้ให้เห่อออกมา

ตกกลางคืนนั้นผมต้องแอดมิดด่วนเข้าโรงพบาล ผมหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก

น้ำเหลืองไหลออกมาเยอะมาก หน้าเละเหมือนโดนน้ำร้อนลวก สภาพจิตใจผมแย่มากในเวลานั้น

ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น ผมต้องใช้ชีวิตนอนอยู่โรงพยาบาลเกือบ 2 อาทิตย์

หมอเห็นสภาพผมไม่ไหวและอาการหนัก ต้องให้สเตียรอยด์ทั้งกิน (Predisone) และแบบทา จนทำให้อาการต่างๆ ทุเลาลงไป 

ซึ่งผมก็ไม่ได้อยากรับสเตียรอยด์เข้าไปอีก กลัวจะเป็นวังวนไม่หาย 

แต่ก็จำใจยอมทานและทา โดยหมอเป็นคนดูแล

ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น

! ! ก่อนเปิดดูรูป ตั้งสติหน่อยนะครับ ผมดูตอนนี้ยังรับไม่ได้เลยครับ !!

นี่คือเรื่องราวขณะที่ผมพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล นานเกือบ 2 สัปดาห์

เดี๋ยวผมว่างจะมาอัพเดทเรื่องราวให้อ่านใหม่นะครับ เกี่ยวกับวิธีรักษา การใช้ชีวิต

และหน้าผมจากเละเป็นผีจะกลับมาเป็นคนได้มากแค่ไหน

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 986232 สมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com 

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น