ผู้รอดชีวิตจากเหตุไททานิกล่ม อ้างเรือไม่ได้ชนภูเขาน้ำแข็ง

ต่อให้ไปถามเด็กสมัยนี้ว่า เรือไททานิกจมเพราะอะไร ร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบมาว่าเพราะชนภูเขาน้ำแข็งอย่างแน่นอน เพราะด้วยหนังและหนังสือที่นำเสนอเรื่องมาแบบนั้น และน้อยคนนักจะรู้ว่าความจริงมันเป็นอย่างไร

 

ซึ่งความจริงที่ว่ามันก็มีมากมายหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน คนนั้นพูดอย่างนี้ คนนี้พูดอย่างนั้น ความจริงมันมีอย่างนี้ ความจริงมันเป็นอย่างนั้น จนผู้เสพสื่ออย่างเราๆท่านๆรำพึงในใจตัวเองว่า "เราควรเชื่ออันไหนกันแน่" ยิ่งล่าสุดมีหลักฐานชิ้นใหม่ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว อันนี้เป็นประเด็นเรื่องสาเหตุของการจมของเรือไททานิก ที่ทุกคนเชื่อกัน(จากหนัง)ว่ามันชนภูเขาน้ำแข็ง แต่หลักฐานชิ้นใหม่นี้กล่าวอ้างว่าแท้จริงแล้ว เรือไททานิกไม่ได้ชนภูเขาน้ำแข็ง งานนี้ทางสื่อนอกได้รวบรวมหลักฐาน ข้อพิสูจน์หลายอย่างที่มาสนับสนุนคำกล่าวอ้างข้างต้นมาให้รับชมกัน เพราะงั้นทุกคนปรับที่นั่งสบายๆ หาอะไรมาเคี้ยวกินไปพลาง เพราะบทความนี้จะยาวหน่อย

 

1. ผู้รอดชีวิตจากเหตุไททานิก ไม่เคยกล่าวอ้างถึงการมีอยู่ของภูเขาน้ำแข็ง

วาฮิห์นาค บยูรัท เป็นชายผู้ที่เรียกได้ว่ามีการศึกษาสูงที่สุดในกรุงคอนสแตนติโนเปิล ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งเขาได้ตีตั๋วขึ้นเรือไททานิกไปด้วยเพราะอยากจะเดินทางไปอเมริกาอยู่แล้ว และก็เป็นเขาอีกนั่นแหละ ที่รอดชีวิตจากเหตุเรือไททานิกล่ม ได้มองดูเรือไททานิกจมลงไปกับตา หลังผ่านพ้นเหตุโศกนาฏกรรมมาได้ เกือบครึ่งชีวิตของเขามีอยู่เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำไปซ้ำมา เขาเขียนหนังสือบอกเล่าความจริงในมุมมองของเขา เดินสายออกรายการแทบไม่มีเวลาพัก เล่าเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา แต่ที่น่าสนใจคือ เขาไม่เคยพูดถึงเลยว่ามีภูเขาน้ำแข็งอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย เขาแทนที่ด้วยการเอาแต่พูดว่ามันเกิดจากแรงระเบิดอะไรสักอย่างถึงทำให้เรือจม

 

2. แล้วผู้รอดชีวิตคนอื่นล่ะ เขาพูดถึงเหตุการณ์นี้อย่างไรกันบ้าง?

จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ อ้างว่าเกิดการระเบิดบนเรือกว่า 3-4 ครั้ง แต่ก็จะมีคนแย้งขึ้นมาอีกว่า ช่วงนั้นมันโกลาหลมากๆ คนที่รอดอาจจะตกใจจนสับสนปนเปและนำเสนอความจริงออกมาแบบผิดเพี้ยนก็เป็นได้ ทั้งนี้มันก็มีข้อมูลมาหักล้างอีกเช่นกัน นักวิจัยและนักเขียน วิล เวิร์มสเตด ได้เผยหลักฐานเป็นบทสัมภาษณ์ที่เขาได้ไปพูดคุยกับผู้รอดชีวิตมา และได้ข้อมูลที่น่าสนใจมา 2 คน คนแรกเป็นผู้โดยสารชั้น First Class ผู้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เขาได้ยินเสียงระเบิดดังมาก และหลังจากนั้นเรือก็ค่อยๆจมลง คนที่สองเป็นสจ๊วตประจำเรือชูชีพ เล่าว่าตนเห็นว่ามีการระเบิดจริง แล้วท้ายเรือก็ค่อยๆยกตัวสูงขึ้น และค่อยๆจมลงไป แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ยังต้องการหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน มากกว่าเป็นคำบอกเล่าจากผู้รอดชีวิตอยู่ดี

 

3. นักวิจัยเผยว่า มีโอกาสที่คนจะรอดชีวิตมากกว่านี้ หากเรือไม่ถูกไฟเผาเพราะเนื่องจากการระเบิด

ณ สมัยนั้น วิศวกรประจำเรือไททานิก ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายจากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส ที่สามารถแปลงสภาพน้ำทะเล ให้กลายเป็นแก๊สไฮโดรเจนระเบิดได้ จอห์น วิคแมน สรุปเรื่องนี้เอาไว้ในหนังสือของเขาชื่อว่า Titanic,The Hidden Evidence ให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า พวกวิศวกรเรือไททานิกทำผิดมหันต์ที่เปิดไฟทิ้งไว้รอบเรือ เลยทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ถ้าหากพวกเขาไม่ทำอย่างนั้นแล้ว เรือก็จะยังไม่จม และลูกเรือ ผู้โดยสารนับพันก็คงจะรอดกันหมด วิคแมนเชื่อว่าเหตุระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างเวลา 1:10 และ 1:20 น. แต่เขาได้เล่าอีกว่าได้มีการระเบิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้เรือแยกเป็นสองส่วน ก่อนหายนะทั้งหมดจะตามมาทีหลัง ซึ่งมันก็ฟังขึ้นอยู่ไม่น้อย บวกกับคำยืนยันของซีแนน โมโลนี นักข่าวที่ตามหาความจริงของเหตุเรือไททานิกมายาวนานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุปว่า "ไฟ น้ำแข็ง และความประมาทเลินเล่อ คือสาเหตุที่แท้จริงของหายนะเรือไททานิก"  แต่ยังไงเราก็ขอไม่ฟันธงซะทีเดียว ให้เป็นวิจารณญาณของทุกคนก็แล้วกัน...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Brightside

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น