ข่าววันนี้ » โซเชียล
Nabi - 20 กรกฏาคม 2562 | แก้ไข

อาถรรพ์ คดีแพรวา วิญญาณเฮี้ยนส่งเสียงตกสะพาน (คลิป)

จากเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 53 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถตู้จนทำให้ชนขอบทาง ผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถตกลงจากทางด่วน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสในโลกโซเชียลมีเดียได้ปลุกแฮชแท็ก #แพรวา9ศพ กลับมาติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ของประเทศอีกครั้ง

ล่าสุด 19 ก.ค. 62 ทางทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.แพรวา ในหมู่บ้านเมืองทองธานี ด้านหน้าบ้านมีป้ายระบุว่า “บ้านเทพหัสดิน” คนในบ้านให้ข้อมูลว่า บ้านของแพรวา คือหลังติดกัน บ้านหลังใหญ่ไม่ใช่ของบ้านแพรวา ขณะที่บ้านหลังติดกัน พบว่ามีคนอยู่อาศัย มีรถยนต์จอดอยู่ 1 คัน น้ำพุหน้าบ้านยังเปิดทำงาน

ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื่นที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บ้านของ นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี นักวิจัยไบโอเทค ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ โดย นางสาวสิตาพัขญ์ พงศ์รัตน์ถาวร หรือ โน้ต อายุ 36 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า หลังจากที่ตนได้ฟังคำแถลงของราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่นำเสนอให้ผู้เสียหาย 500,000 บาท ตนมีความรู้สึกว่าประเด็นเรื่องเก่ายังไม่ถูกการแก้ไข ก็มีประเด็นใหม่เพิ่มมาอีก และไม่เข้าใจถึงกรณีที่ให้สังคมหยุดพูดเรื่องนามสกุล ทั้งที่เรื่องนามสกุลไม่ได้เกิดจากโจทย์ที่นำมาพูดและกล่าวถึง แต่กลายเป็นฝั่งทางจำเลยที่นำมาพูด หรือนำมาอ้างในชั้นศาล อีกทั้งตนรู้สึกว่าเหตุใดผู้กระทำความผิดไม่ออกมาชี้แจง แต่กลับกลายส่งตัวแทนมาชี้แจงแถลงข่าว ซึ่งตนมองว่าเขาต้องการบอกเป็นนัยว่า พวกตนจำเป็นต้องใช้วิธีการบังคับคดี เพราะผ่านกระบวนการศาลมาทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ ตอนเกิดเรื่องในช่วงแรก ตนเข้าใจว่าเพราะผู้กระทำผิดเป็นเด็ก เป็นเพราะอุบัติเหตุ ความที่รู้สึกโกรธ เกลียด แค้น อยากให้ผู้กระทำความผิดติดคุก ก็ไม่มีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือทำไม่มีการขอโทษ แต่มาขอโทษตอนนี้ ช้าไปไหม ส่วนเรื่องเงินชดใช้ ใจจริงตนไม่อยากรับ แค่ขอให้ทางครอบครัวผู้กระทำความผิดทำตามคำชี้แจงของศาลเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็จะจบ

ตนอยากของฝากถึงครอบครัวน้องแพรวา ให้ออกมาชี้แจง และขอโทษครอบครัวผู้เสียหาย เพื่อมาปลดล็อกความรู้สึกกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่กันและกัน อย่างไรก็ตาม หากถ้าต้องการให้เรื่องจบเร็ว ทางครอบครัวราชสกุลเทพหัสดิน ลองพูดคุยพิจารณากันอีกครั้ง เพื่อนำเงินมาซื้อสมบัติที่ดินของครอบครัวน้องแพรวา ซึ่งเป็นสมบัติของพวกท่านเองที่ยังคงอยู่ในราชสกุล รวมถึงทางน้องแพรวาจะได้มีเงินมาวางที่ศาล เพื่อที่จะได้ทำตามคำที่ศาลสั่งด้วย

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณจุดดังกล่าว มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเปลี่ยนแปลงไปบ้าง สะพานลอยจุดที่มีศพผู้เสียชีวิตติดอยู่ มีการทาสีและซ่อมแซมรั้ว เปลี่ยนเป็นสีฟ้า ติดหลังคา มีบางจุดที่ญาติได้นำพวงมาลัยมาค้องเอาไว้จุดที่ตาย และการใช้ชีวิตของคนในย่านนี้กลับมาเป็นปกติ

นายสมพร หนองหงอก หรือ เหตุ อายุ 47 ปี วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ตนเองรู้สึกสงสารผู้เสียชีวิตทั้งหมด เพราะภาพยังอยู่ในความทรงจำ มีศพของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นด็อกเตอร์ ห้อยอยู่บริเวณสะพานลอย ส่วนศพคนอื่น กระจายไปยังจุดต่าง ๆ ทั้งถนน ฟุตพาท และในน้ำ โดยสภาพศพแต่ละคนคล้ายกับลูกโป่งถูกบีบอัด เพราะตกลงมาจากที่สูง

ช่วงระยะประมาณ 3-5 ปี หลังจากเกิดเหตุ มีญาติเข้ามาทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ทุกปี และก่อนหน้านี้ มักจะเห็นเครื่องเซ่นไหว้ ธูปเทียน รวมถึงพวงมาลัย นำมาไหว้ผู้ที่ตายในจุดเกิดเหตุ แต่ในระยะหลังด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป คนก็เริ่มลืม จึงไม่ได้เห็นใครมาประกอบพิธีดังกล่าวอีก อีกทั้งได้มีการปรับปรุงสถานที่

ส่วนเรื่องความเชื่อ ช่วงแรกที่มีคนตายเกิดขึ้น คนขับวินมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่เกิดอาการหวาดกลัว คนที่สัญจรไปมามักเลือกที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ นักศึกษาก็จะไม่เดินผ่าน ทำให้บรรยากาศค่อนข้างวังเวง แต่ปัจจุบันสถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ปกติแล้ว

ด้าน นางสาวเชอรี่ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี อดีตนักศึกษา ม.เกษตรศาสตร์ ที่เคยเรียนในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ เล่าประสบการณ์ความเชื่อว่า กลุ่มนักศึกษาคุยกันเรื่องน่ากลัว ว่ามีนักศึกษาไม่น้อยที่ไม่กล้าย้อนกลับไปบริเวณจุดเกิดเหตุ หรือแม้แต่เดินผ่าน เพราะมักจะพบเห็นร่องรอยของอุบัติเหตุ รวมถึงจุดที่มีการนำเครื่องสังเวยมาเซ่นไหว้ ในช่วงค่ำ ตั้งแต่ 19.00น. เป็นต้นไป ไม่มีใครใช้เส้นทางดังกล่าว แม้ว่าถนนพหลโยธินจะมีรถหนาแน่น หรือรถติดมาก นักศึกษาก็เลือกที่จะมารอรถโดยสารมากกว่าเส้นวิภาวดีรังสิต จุดเกิดเหตุ

นางสาวเชอรี่ เล่าต่อว่า ตนเคยเจอเหตุการณ์หลอนมากับตัว ตอนนั้นตนเองจำเป็นต้องมาหาเพื่อนที่มหาวิทยาลัย โดยนั่งรถตู้มา แต่การจอดรถของรถตู้ จะต้องจอดที่ป้ายรถเมล์จุดเกิดเหตุ ตนเองลงที่ป้ายรถเมล์ดังกล่าว เวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อเดินผ่านสะพานลอย เสาไฟฟ้าที่มีร่างของผู้เสียชีวิตแขวนอยู่ ตนเองจะรีบเดินด้วยความรวดเร็ว เมื่อเดินผ่านไป ก็ได้ยินเสียงของหล่นลงมาอย่างรุนแรง คล้ายกับเสียงที่นอนร่วงลงพื้น แต่ตนเองกลัว ไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง เพราะมักมีกลุ่มเพื่อนพูดให้ฟังว่าจะได้ยินเสียงของหล่นลงมา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพื่อนบางคนแชร์ประสบการณ์ให้ฟังว่า มักมีเสียงร้องไห้ หรือพบเห็นการปรากฏตัวของผู้ตาย ยืน และนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อมารุ่นสู่รุ่น ความกลัวถูกแพร่กระจายออกไปสู่รุ่นน้อง แต่ในปัจจุบันด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ก็ทำให้สภาพจิตใจดีขึ้น แต่ก็จะมีบางคน โดยเฉพาะรุ่นเดียวกับตนเองที่เคยพบเห็นเหตุการณ์ จะรู้สึกกังวล และหวาดกลัวที่เดินผ่าน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น