ข่าววันนี้ » โซเชียล
Shambhala TS - 31 กรกฏาคม 2562 | แก้ไข

ชายพบกล่องลึกลับ ที่แม่ห้ามใครแตะต้อง ไปไหนต้องเอาติดไปด้วย

เรียกได้ว่าเรื่องจริงยิ่งกว่านิยายมากๆ เมื่อตำรวจได้รับแจ้งจากชายคนหนึ่ง ว่าพบวัตถุแปลกปลอมภายในบ้านแม่ของเขา จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ ตรวจสอบจนพบความจริงชวนสะพรึง

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดัม สมิธ ชายหนุ่มวัย 37 ปีจากมิสซูรี ตัดสินใจย้ายเข้ามาอาศัยด้วยกันกับแม่ของเขา หลังหมอวินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดเมื่อหลายเดือนก่อน อดัมดูแลแม่อย่างดีจวบจนวาระสุดท้ายของเธอมาถึงเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อจัดการเรื่องงานศพเรียบร้อยแล้ว อดัมได้เข้ามาเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านจนกระทั่งไปเจอกล่องปริศนาในช่องแช่แข็งตู้เย็น เขาจำได้ว่ากล่องนี้แม่หวงมาก ไม่ว่าจะย้ายบ้านไปไหน เธอก็จะนำกล่องนี้ติดตัวไปด้วย เอาไปใส่ในช่องแช่แข็งและสั่งห้ามเขาไม่ให้แตะต้องเด็ดขาด

 

ความสงสัยใคร่รู้นี้มันเกาะกินใจของอดัมมายาวนานหลายสิบปี ทีแรกเขาคิดว่าคงเป็นเค้กวันแต่งงานที่แม่อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกและไม่อยากให้ใครมาแตะต้อง "กล่องนี้มันอยู่ในช่องแช่แข็งทุกครั้ง ในบ้านทุกหลังที่ผมและแม่ย้ายเข้าไปอยู่" อดัมเล่า สุดท้ายเขาตัดสินใจลองเปิดมันออก ข้างในเขาพบผ้าห่มสีชมพูผืนเล็ก พอเอามือล้วงเข้าไปใต้ผ้าก็เริ่มรู้สึกเหมือนเขากำลังจับนิ้วเท้าเด็กอยู่ พอหยิบขึ้นมาเขาก็แทบล้มทั้งยืน เพราะมันคือศพทารกแรกเกิดที่กลายเป็นมัมมี่ไปแล้ว!

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจาก: Pixabay)

 

โดยสภาพศพทารกอยู่ในขั้นใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบมาก ยังมีผมติดอยู่และไม่มีเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว หลังเรียกสติมาได้ อดัมโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบทันที อดัมให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า เขาพอสงสัยอยู่นิดๆว่า ศพทารกนี้อาจเป็นพี่สาวของเขาก็เป็นได้ เพราะครั้งหนึ่งแม่เขาเคยพูดถึงเรื่องที่เธอเคยมีลูกมาก่อนแล้ว ก่อนที่จะให้กำเนิดอดัม พอไปถามญาติก็ได้ความว่า แม่ของเขาเคยคลอดลูกแฝด เสียชีวิต 1 คน ส่วนคนที่รอดให้คนอื่นรับอุปการะไป

 

ตอนนี้อดัมสับสนกับเรื่องนี้มาก คำถามร้อยแปดล่องลอยอยู่ในหัว คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเขาและทารกคนนี้ และเขาหยุดคิดไม่ได้เลยว่าทารกคนนี้อาจจะถูกทำแท้ง เพราะตอนนั้นแม่ยังไม่พร้อมเลี้ยงเด็กหรือเปล่า ทั้งนี้ที่เขาทำได้อย่างเดียวคือ รอผลการชันสูตร ก็ขอให้เรื่องดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็วด้วยละกัน...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: World of Buzzfoxnews, Metro

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น