ข่าววันนี้ » โซเชียล
Holden Caulfield - 1 ตุลาคม 2562 | แก้ไข

น้องเดียร์ ล่าสุด ทนายเกิดผล เผย กรณีศึกษา เมื่อ เล่นท่ายาก

เป็นอีกหนึ่งคลิปจากข่าวดังที่ถูกวิจารณ์ไปทั่วโลกโซเชียล สำหรับคลิปของ น้องเดียร์ พริตตี้สาว ที่ขึ้นร่างของ นายนที สถิตพงษ์สถาพร หรือตี๋ อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านที่จัดปาร์ตี้ สร้างความสงสัยและมึนงงให้กับผู้คนที่เห็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

ล่าสุด ทนายเกิดผล ได้ออกมาโพสต์ภาพช่วงเวลาที่น้องเดียร์ขึ้นคร่อมร่างของตี๋ พร้อมออกมาเปิดเผยคดีตัวอย่าง เล่นท่ายาก สมยอม หรือ ข่มขืน โดยออกมาระบุข้อความว่า "คดีตัวอย่าง เล่นท่ายาก สมยอม หรือ ข่มขืนข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ชายหญิงคู่หนึ่งคบหากันตามประสาวันรุ่น ชายอายุ 20 ปี หญิงอายุ 26 ปี วันหนึ่ง ชายนัดหญิงให้ออกไปหา ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ใกล้จากบ้านชายเพียง 30 เมตร หญิงอาบน้ำเสร็จ ก็ได้ออกไปหาชายตามนัดหมาย โดยชุดที่ใส่ไปนั้นคือชุดนอน ครั้นไปถึงทั้งสองคนก็ไม่ชักช้าปฎิบัติการเล้าโลมกันจนทั้งคู่มีอารมณ์ทางเพศ #จึงเสพสมกันบนหลังเบาะรถมอร์เตอร์ไซด์

ต่อมาเวลาผ่านไป 1 เดือนเศษ หญิงไปแจ้งความดำเนินคดีชายฐานข่มขืนกระทำชำเรา ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกชาย 10 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ทำไมศาลฎีกาถึงพิพากษายกฟ้อง เหตุผลสั้นๆเลยครับ คือ “เล่นท่ายาก” มาดูเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเลยครับ ศาลวินิจฉัยได้ดีมากครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4671/2554

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเรานางสาว ว. ผู้เสียหาย ซึ่งมิใช่ภริยาตน จนสำเร็จความ

ใคร่ 1 ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

276 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 10 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำชำเราระหว่างจำเลยและผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับรู้ของบุคคลเพียง 2 คน เท่านั้น คือ จำเลยและผู้เสียหาย ไม่มีบุคคลอื่นรู้เห็น การรับฟังคำเบิกความของผู้เสียหายซึ่งกล่าวหาว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ไม่ใช่การร่วมเพศกันโดยสมัครใจจึงต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง โดยต้องพิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงทั้งก่อนกระทำ ขณะกระทำและหลังกระทำประกอบกัน นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงซึ่งเป็นเรื่องหลักการโดยทั่วไป ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเป็นหญิงสาว อายุ 26 ปี มีความเป็นผู้ใหญ่กว่าจำเลยซึ่งเป็นชายหนุ่มอายุเพียง 20 ปี

#ขณะที่ผู้เสียหายไปพบจำเลยตามที่จำเลยนัดไปผู้เสียหายสวมชุดนอนเสื้อยกทรง กางเกงชั้นในและกางเกงขาสั้นผ้ายืดยาวเลยเข่า และพบกันที่สนามบาสเกตบอลซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่โดยรอบในยามวิกาล เวลา 20 นาฬิกา อันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดลึกซึ้งของผู้เสียหายกับจำเลย

#เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับลักษณะที่ผู้เสียหายอ้างว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย #ซึ่งปรากฏว่าผู้เสียหายนอนหงายหลังพิงเบาะรถจักรยานยนต์ ศีรษะหันไปทางท้ายรถ เท้าสองข้างงอเหยียบข้างรถซึ่งจอดอยู่ข้างอาคารโดยยกขาตั้งคู่ขึ้น

คลิปน้องเดียร์

#อันเป็นลักษณะท่าทางพิเศษยากแก่การที่จะข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งยังได้ความจากผู้เสียหายว่าก่อนกระทำชำเราจำเลยใช้นิ้วมือแหย่อวัยวะเพศของผู้เสียหาย แสดงให้เห็นถึงการเล้าโลมอารมณ์ทางเพศของผู้เสียหายให้พร้อมในการร่วมเพศ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายนอนอยู่บนเบาะก็จอดอยู่ข้างอาคาร มีตัวอาคารบังเพียงด้านเดียว อีก 3 ด้านเปิดโล่งอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าการกระทำชำเราของจำเลยจะเป็นการข่มขืนผู้เสียหาย สถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้บ้านของผู้เสียหายโดยอยู่ห่างกันเพียง 30 เมตร หากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริง หลังเกิดเหตุผู้เสียหายน่าที่จะรีบไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานเพื่อให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยไม่ชักช้า ข้ออ้างตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า เหตุที่ผู้เสียหายไม่ไปแจ้งความทันที เพราะกลัวญาติของจำเลยซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและเปิดโอกาสให้เจรจาประนีประนอมกัน ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง เพราะในที่สุดผู้เสียหายก็ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2547 อันเป็นเวลาหลังเกิดเหตุนาน 1 เดือนเศษอยู่ดี โดยไม่มีปัญหาเรื่องความกลัวอิทธิพลในท้องถิ่น ส่วนบันทึกข้อความลงวันที่ 16 ตุลาคม 2547 ก็ปรากฏข้อความแต่เพียงว่าผู้เสียหายถูกจำเลยล่วงละเมิดทางเพศ (ข่มขืน) ญาติของจำเลยแสดงความรับผิดชอบโดยจ่ายเงินจำนวน 16,400 บาทเป็นค่าทำขวัญให้แก่ผู้เสียหาย ผู้ลงนามว่าเป็นผู้กระทำความผิดคือนาย ว. ซึ่งเป็นพี่เขยของจำเลยโดยระบุว่าลงนามแทนจำเลยผู้กระทำความผิด หาใช่จำเลยเป็นผู้ลงนามยอมรับว่ากระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา

ผู้เสียหายไม่ ส่วนบันทึกข้อความตามเอกสารก็ระบุแต่เพียงว่านาง ก. จ่ายเงินค่าทำขวัญจำนวน 16,400 บาทให้แก่ผู้เสียหายในกรณีที่จำเลยทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง หาใช่จำเลยเป็นผู้จ่ายไม่ กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

สรุปคือ ศาลไม่เชื่อว่า มีการข่มขืนกันจริง เพราะท่าทางที่มีเพศสัมพันธ์กันนั้น มันเป็น “ท่ายาก” ยากแก่การที่จะข่มขืนกระทำชำเรา !!"

คลิปน้องเดียร์

ขอบคุณข้อมูลจาก เกิดผล แก้วเกิด

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น