ทำความรู้จัก happy hypoxemia หนึ่งในสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความสูญเสีย จาก โ ค วิ ด

หลายท่านที่ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับการติดเชื้อ CV -19 ในประเทศไทย จะพบข้อมูลบ่อยครั้งว่า มีผู้ได้รับเชื้อ แล้วไม่แสดงอาการรุนแรงในระยะแรก แต่กลับทรุดลง และเสียชีวิตภายในเวลาอันรวดเร็ว  ส่วนหนึ่งเกิดจาก สภาพร่างกาย หรือความรุนแรงของเชื้อที่ได้รับ

แต่อีกสาเหตุหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ เกิดจาก ภาวะพร่องออกซิเจนแบบไม่แสดงอาการ “happy hypoxemia” หรือ “silent hypoxemia” ซึ่งส่งผลให้ผู้ติดเชื้อหลายท่าน ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยระยะแรกของการรับเชื้อ ร่างกายจะมีสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียว จากระดับความเข้มข้นของออกซิเจนที่ลดลง เพราะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ และผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้เองตามปกติ

  ภาพกระดูกช่วงอก และปอดของผู้ติดเชื้อ ที่มีภาวะพร่องออกซิเจนแบบไม่แสดงอาการระยะแรก

 

ซึ่งในภาวะปกติ ที่ปอด สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่  ในภาวะปกติระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดจะอยู่ในช่วง 95–100% เมื่อได้รับเชื้อแล้ว ปอด เป็นอวัยวะในระบบทางเดินหายใจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่งผลให้ประสิทธิภาพ ในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดจึงมีค่าต่ำกว่าปกติ ร่างกายจึงมีภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) เพราะปริมาณออกซิเจนที่ได้รับ ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

 เมื่อระดับของออกซิเจนมีค่าลดลง ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ หายใจถี่ หายใจลำบากและหอบเหนื่อยง่าย เช่นเดียวกับที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม (Pneumonia) ซึ่งอาการเหล่านี้ เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่แสดงถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

 ภาพกระดูกช่วงอก และปอดของผู้ติดเชื้อ ที่มีภาวะพร่องออกซิเจนแบบไม่แสดงอาการหลังผ่านไป 2 สัปดาห์

 

แต่ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ CV บางราย กลับไม่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจใด ๆ เป็นสัญญาณเตือน แม้จะมีระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ (ในช่วง 70–80%) หรือในบางราย อาจจะลดลงต่ำกว่า 50% ก็ตาม ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะพร่องออกซิเจนแบบไม่แสดงอาการ (Silent hypoxia หรือ happy hypoxia) ซึ่งเป็นเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเป็นอย่างมาก

ในระยะแรกของการรับเชื้อ ร่างกายจะมีสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียวจากระดับความเข้มข้นของออกซิเจนที่ลดลง เพราะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ และผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้เองตามปกติ ดังนั้น วิธีเดียวที่จะสามารถตรวจหาสัญญาณเตือนนี้ได้ คือ การใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Pulse oximeter)

 

นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถใช้วิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะ hypoxia เช่น การตรวจสมรรถภาพปอด การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-scan) เป็นต้น จนถึงปัจจุบัน สาเหตุของภาวะนี้ ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดและไม่มีตัวบ่งชี้ใด ที่จะบอกได้ว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จะมีภาวะนี้หรือไม่

 ภาพแสดงภาวะการหายใจลำบาก เนื่องจากติดเชื้อ CV-19

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากความบกพร่องในการไหลเวียนเลือด เนื่องจากมีลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดภายในปอด จนขัดขวางการไหลเวียนเลือดภายในปอด ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมีประสิทธิภาพลดลง และคาร์บอนไดออกไซด์ค้างอยู่ในเลือดมากยิ่งขึ้น การรักษาที่สามารถทำได้คือ การให้ออกซิเจนทดแทนเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ป้องกันไม่ให้เซลล์ และอวัยวะสำคัญถูกทำลาย

ขอบคุณข้อมูลจาก สกสว.

แสดงความคิดเห็น